มวยออนไลน์ ขยันผิดที่10ปีก็ไม่รวย

มวยออนไลน์ ขยันผิดที่10ปีก็ไม่รวย

มวยออนไลน์ ขยันผิดที่10ปีก็ไม่รวย

มวยออนไลน์ วันนี้ เซียนหมูอยู่ตึก จะมาเล่า ประสบการณ์ กว่าจะมาเป็นเซียนหมู ในวันนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง มันไม่ง่ายเลย ที่จะมาเอาดีทาง แทงมวยออนไลน์ จนร่ำรวย และ มีกิจการ หลายอย่าง มีลูกน้องมากมาย แบบทุกวันนี้

ขอย้อนไปเมื่อ 15 ปีก่อน ตอนนั้น ยังไม่รู้จัก เล่นพนันมวย หรือ มวยออนไลน์ เซียนหมู อายุเพียง 20 ปี กำลังเป็นหนุ่มฉกรรจ์ หัวร้อน ไม่ฟังใคร มีเพื่อนมาก มักจะลากไป กินเที่ยว ดื่ม ไม่สนใจสังคม พ่อแม่ เตือนอย่างไร ก็ไม่เคยจะฟังหรอก

คบเพื่อนแต่ละคน บอกได้เลยว่า มหาโจรเรียกพี่ หนังสือก็เรียนไม่จบ บ้านช่อง ไม่เคยกลับ  พ่อแม่สุดจะระอา มาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ คิดว่าไงครับ คิดว่าเซียนหมูจะมีวันนี้ ได้ยังไง มันก็ไม่น่าเชื่อ จนกระทั่งมีเหตุการณ์ พลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิต วันที่พ่อของเซียนหมู จากไป อย่างไม่มีวันกลับ

พ่อของเซียนหมู ประสบอุบัติเหตุ มอเตอร์ไซด์ตกคูน้ำ เสียชีวิตทันที นาทีที่เซียนหมูได้ข่าว คำว่า เสาหล้กของบ้าน แล่นเข้ามาที่หัว ทันที จากนี้ไป เขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้ว จะสำมะเรเทเมา แบบเมื่อก่อน ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

งานแรก ที่เซียนหมูทำ คือเป็นเด็กเสริฟ อยู่โรงเบียร์ แถวเรียบด่วน รามอินทรา เงินเดือนเพียงน้อยนิด เดือนละ 5000 บาท แต่ก็อาศัยเงินจาก ทิป ในแต่ละคืน ที่เราบริการลูกค้าอย่างต่ำ ๆ ก็ได้อยู่ ราว ๆ 300 บาท

มวยออนไลน์

มวยออนไลน์

ทุกคืน หลังจากทำงานเสร็จ เขาจะต้องซื้อกับข้าว ซื้อข้าวสาร กลับมาบ้านทุกวัน เพราะมีหลายชีวิต ที่ต้องดูแล ไม่ว่า จะเป็น พี่ ป้า น้า อา หลาน ซึ่งเหตุการณ์นี้ ทำให้เซียนหมู น้ำตาซึม แล้วระรึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อก่อน พ่อคงทำงานหนักมาก ที่ต้องดูแลครอบครัว หลายชีวิต

เซียนหมู ทำงานอยู่ที่โรงเบียร์ได้ 2 ปี แต่ดูแล้วช่าง ไม่มีอนาคตเลย เพราะ เงินที่หามาได้ ไม่เคยเพียงพอ ที่จะเก็บไว้เป็นทุนสำรอง หรือเก็บไว้ยามเจ็บไข้ ได้ป่วย จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน

ขณะนั้นเป็นเวลา ตี 2 เศษ เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ชื่อว่า กัส ชักชวนไปเที่ยว ย่านลาดพร้าว วันนั้นเซียนหมู รู้สึกเบื่อหน่ายด้วย จึงตอบตกลง และที่นี่เอง ก็เป็น

จุดเริ่มต้น มวยออนไลน์  ของการเปลี่ยนแปลงชีวิต เซียนหมู อีกครั้ง

ร้านอาหารที่ กัส เพื่อน เซียนหมู ชวนไปนั่ง ทำให้เซียนหมู รู้จัก สาวเสริฟคนหนึ่ง ชื่อว่าน้องกิฟ จากวันนั้นเป็นต้นมา เซียนหมูก็ได้ สานสัมพันธ์ จนเกิดเป็นความรัก และ น้องกิฟได้พาเซียนหมู ไปรู้จัก ครอบครัวของเขา

บ้านน้องกิฟ เป็นค่ายมวย มีนักมวย ที่สร้างชื่อให้กับค่าย หลายคน

จากวันนั้น เซียนหมู ลาออกจากงาน แล้วมาช่วย ครอบครัวน้องกิฟ ทำค่ายมวย จริงจัง จนสุดท้าย พัฒนาค่ายมวย จากเป็นเพียง สถานที่ฝึกซ้อม ให้กับนักมวยหน้าใหม่ จนกลาย เป็นสนามมวย ชื่อดัง ในย่านหลักสี่  จากสนามมวย ธรรมดา

เมื่อมีคู่เปรียบ ก็มีกองเชียร์ มีมีกองเชียร์ ก็มี 2 ฝั่ง เมื่อความชอบ ไม่ตรงกัน การพนัน จึงเกิด

เซียนหมู เริ่มรับแทงมวย เริ่มจาก รับแทงมวย เฉพาะในสนาม จากนั้นค่อย ๆ ขยับ ขยาย เริ่มมีการ ถ่ายทอดสด ผ่านเฟสบุ้ค จัดปาร์ตี้ รับชม ให้คนที่ติดตาม เซียนหมู ช่วยกันแชร์ เพียงไม่นาน เซียนหมู สร้างรายได้ต่อเดือนหลักแสน

ฐานะความเป็นอยู่ ของทางบ้านเซียนหมูเอง ก็ดีขึ้น ญาติพี่น้อง ทั้งหลาย ก็อยู่ดี กินดี เซียนหมู เริ่มขยายอณาจักร นำเงินที่ได้จากการรับแทงมวย ไปซื้อตึกหลายคูหา ไว้ให้เช่า ซื้อรถ 10 ล้อ หลายคัน

เพื่อเป็นรถร่วม ในการวิ่ง ถมที่ดิน ซึ่งร่วมกับ เสี่ยกุ้ง ย่านบางใหญ่  กิจการ ของเซียนหมู ไปได้สวย ทุกอย่าง

อุปสรรคมีบ้าง เป็นธรรมดา แต่นั้น เซียนหมู ไม่เคยหวั่นเลย เพราะว่า ความที่เป็นนักเลง กล้าได้ กล้าเสีย มีได้ ย่อมมีเสีย เป็นธรรมดา จึงทำให้ เซียนหมู ผ่านอุปสรรค ทั้งหลาย มาได้อย่างทุก ปัญหา ไม่ว่าปัญหานั้น จะยากเย็น

เซียนหมู ก็ผ่านมันมาได้ ไม่ยากเย็น ความที่ เป็นคน กล้าได้ กล้าเสีย ใจนักเลง ทำให้ เซียนหมู เริ่มเป็นผู้มีอิทธิพล ในย่านหลักสี่ มีคนให้ที่ยากจน และลำบาก มาขอความช่วยเหลือ จาก เซียนหมู เซียนหมู ไม่เคยที่จะ ปฏิเสธ เลยสักครั้ง

ทำให้เป็นที่รัก ของชาวหลักสี่ แม้แต่ ตำรวจ ทหาร หรือนักการเมือง ท้องถิ่น  ต่างก็ สนิทสนม รักใคร ปรองดอง หลายครั้ง ที่เซียนหมู มักจะถูก ทาบทาม เพื่อให้ลงสนาม การเมือง แต่เซียนหมู ก็ปฏิเสธ มาตลอด เพราะ เซียนหมูเลือกทาง สีเทา