แทงบอลสเต็ป

Tag Archives:โปรโมชั่น UFABET

แทงบอลสเต็ป

แทงบอลสเต็ป พาย้อนรำลึกช่วงหนึ่งของทีม “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือเมื่อครั้งยังเป็นทีมระดับหัวแถวของไทยก่อนการมาถึงของฟุตบอลไทยลีก

แทงบอลสเต็ป อย่างที่รู้กันนะครับว่าฟุตบอลไทยลีกฤดูกาลนี้ต้องเลื่อนเตะยาวไปเพราะโควิด-19 ซึ่งกำหนดการที่วางเอาไว้ก็คือเดือนก.ย.โน่นเลย เรียกได้ว่านักฟุตบอล

ไปรับจ็อบอย่างอื่นก่อนได้นานเลย แต่นี่ผมก็เพิ่งได้ยินข่าวมาว่าทรู วิชั่นส์ที่ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีกอาจงดการถ่ายทอดสดไปเสียแล้ว แถมอาจยกเลิกการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้สมาคมฟุตบอลเอาเสียด้วย

จริงเท็จยังไม่รู้นะครับ แต่ทำให้ผมนึกไปถึงก่อนที่จะมีฟุตบอลอาชีพกันอย่างทุกวันนี้ ฟุตบอลไทยล้มลุกคลุกคลานมายาวนาน ก่อนจะมีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชลบุรี เอฟซี อะไรพวกนี้ ทีมระดับหัวแถวของประเทศก็คือทหารอากาศ ท่าเรือ แบ๊งค์กรุงเทพฯ ซึ่งแข่งขันกันอยู่ไม่กีทัวร์นาเมนต์หรอกครับ

สำหรับการท่าเรือ เอฟซียุคปัจจุบันที่เตะในไทยลีกก็มี “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำเป็นประธานสโมสรก็แตกต่างกับท่าเรือยุคก่อนนะครับ

เพราะยุคก่อนคนบริหารทีม “สิงห์เจ้าท่า” ก็คือการท่าเรือแห่งประเทศไทย มีความเป็นมาน่าสนใจ

ผมเลยว่าลองมารื้อฟื้นเรื่องทีม “สิงห์เจ้าท่า” มาแนะนำ โปรโมชั่น UFABET ก็น่าจะดี

แทงบอลสเต็ป

นิวัฒน์-พิทักษ์คู่หูทีเด็ดท่าเรือ 

สำหรับส่ำเซียนที่แทงบอลออนไลน์มาในยุคแรกๆ ก็ย่อมต้องรู้จักทีมท่าเรือมาพอสมควรแล้วมั้งครับ ผมขอสรุปให้ฟังแล้วกันว่าทีม “สิงห์เจ้าท่า” ก่อตั้งมาเมื่อปี 2510

และได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานก.เมื่อปี 2513 ซึ่งท่าเรือก็ได้แชมป์ถ้วยก.ไปครองถึง 8 สมัยและแชมป์ควีนส คัพอีก 6 สมัย

ถ้าจะเล่าแบบลงรายละเอียดแต่ล่ะปีก็คงไม่ไหวเหมือนกัน ขอเล่าเอาแบบตัดตอนแล้วกันนะครับ เอาเป็นช่วงประมาณปี 2519 ที่ตอนนั้นเป็นช่วงที่มีนักเตะดีๆ อยู่ในทีมกันหลายคน

ที่รู้จักกันดีก็คือนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ และที่เหลือก็มี เกรียงศักดิ์ วิมลเศรษฐ์,พิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์,สมนึก ทองเปลว,ไพศาล มีอำพัน และนิวัฒน์รับหน้าที่เป็นโค้ชด้วย และได้แชมป์ถ้วยก.ไปครองในปี 2519

คือในตำแหน่งกองหลังท่าเรือได้พิทักษ์ย้ายจากธ.กรุงเทพฯเข้ามาเสริมทีมทำให้แกร่งขึ้นเยอะมาก ช่วงระหว่างปี 2519-2522 จึงได้แชมป์ถ้วยก.ถึง 3 สมัย

ความจริงแล้วพิทักษ์กองหลังทีมชาติไทยไม่ได้ตั้งใจย้ายมาหรอกแต่เพราะนิวัฒน์เป็นคนชักชวน และได้เข้าทำงานที่กองการยกขนสินค้า ที่คลองเตย ซึ่งกองการยกขนสินค้าเป็นที่รวมของนักฟุตบอลที่เล่นให้ท่าเรือเกือบทั้งหมด

แล้วรู้มั้ยครับว่าทำไมพิทักษ์จึงได้ยอมติดสอยห้อยตามนิวัฒน์มา ผมจะเล่าให้ฟังครับ

ทั้งนิวัฒน์และพิทักษ์นี่รู้จักกันมานานแล้วครับ เคยปะทะฝีเท้ากันมาตั้งแต่ลงแข่งขันฟุตบอลมัธยมศึกษาชิงแชมป์แห่งประเทศไทย

โดยพิทักษ์เรียนอยู่ทีมฝึกหัดครูพลานามัย ส่วนนิวัฒน์เรียนอยู่ปานะพันธ์

พิทักษ์เล่นในตำแหน่งฟูลแบ๊ก ส่วนนิวัฒน์เจ้าของฉายา “สิงห์สนามศุภฯ” เล่นเป็นปีกซ้ายและปีกขวา บางครั้งก็พ่วงด้วยตำแหน่งศูนย์หน้าอีก

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าสองคนเป็นคู่แข่งที่ต้องเผชิญหน้ากันตลอดเวลา แต่ก็ต่างนับถือฝีเท้าของกันและกัน

เรียกง่ายๆ ว่าในสนามคือคู่แข่งกัน แต่นอกสนามกลับกลายเป็นเพื่อนกัน

แล้วพอมาตอนหลังทั้งคู่ก็ได้มาอยู่ทีมเดียวกันครับ เพราะก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชาติไทยนั่นเอง

ถือว่าโด่งดังในทีมชาติมารุ่นใกล้ๆ กัน เรียกว่าร่วมเล่นในทีมชาติอยู่นานหลายปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แชมป์บ้างไม่ได้บ้าง

และมีฟุตบอลอยู่รายการนึงที่ “ต๋อง” นิวัฒน์และ “ตุ๊” พิทักษ์ติดทีมไปด้วยกันและเป็นทัวร์นาเมนต์แห่งความทรงจำ นั่นคือศึก “จาการ์ต้า คัพ”

ที่กรุงจาการ์ต้า ที่ประเทศอินโดนีเซีย น่าจะราวปี 2514

เกมแห่งความทรงจำก็คือนัดที่ทั้งคู่ลงเล่นให้ทีมชาติไทยกับเขมรหรือกัมพูชา ซึ่งมีเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อนักเตะเขมร แสดงกิริยาไม่เหมาะสมด้วยการขยี้ธงชาติไทยไปเหยียบ

เลยเป็นต้นเหตุให้นักเตะของทั้งสองเปิดศึกมวยกันกลางสนาม มิหนำซ้ำยังมีกองเชียร์ของชาติเจ้าภาพผสมโรงเข้าไปด้วยอีก

หลังเกมนั้นนักเตะทีมชาติไทยปรึกษากันเองในทีม แล้วตัดสินไม่ยอมเตะต่อในเกมที่เหลือและเดินทางกลับบ้านกันทันที

พอกลับมาได้ไม่นาน ทีมชาติไทยชุดนั้นโดนสมาคมฟุตบอลฯสั่งลงโทษห้ามเตะเป็นเวลา 1 ปี แต่ต่อมาก็ลดโทษลงเหลือแค่ 6 เดือน

นั่นแหละเหตุการณ์นั้นทำให้นักเตะทีมชาติไทยชุดนั้นสนิทสนมกับมากขึ้นโดยเฉพาะนิวัฒน์กับพิทักษ์ พอ “สิงห์สนามศุภ”เข้าทำงานที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยก่อน

และเป็นนักเตะของสโมสรด้วย ได้โอกาสจึงชักชวนให้ย้ายมาร่วมทีมกัน

นั่นแหละ นอกจากได้แชมป์ถ้วยก. 3 สมัยแล้วยังได้แชมป์รายการอื่นอีกมากมาย และยังได้ไปแข่งขันสโมสรเอเชียที่เมดานด้วย

เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์กับ “ต๋อง” และ “ตุ๊” นี่แหละครับ

“โค้ชตุ๊”ผู้ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทีม แทงบอลสเต็ป

ไม่รู้ว่าพวกเราที่นิยมแทงบอลออนไลน์จะคุ้นเคยกับชื่อของพิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์กันแค่ไหน เอาเป็นว่านี่คือเป็นผู้เล่นในตำนานของทีมชาติไทยอีกคน

เคยประสบความสำเร็จทั้งในทีมชาติไทยและระดับสโมสรอีกมากมาย และเคยสร้างความฮือฮาเมื่อวอร์เนอร์ บิ๊กเกนฮอฟ

โค้ชชาวเยอรมันซึ่งเคยคุมทีมชาติไทยอยู่ระยะหนึ่งยังเรียกพิทักษ์ไปติดทีมเลย ตอนนั้นเขามีอายุ 35 เข้าไปแล้วนะครับ

แล้วเกมที่พิทักษ์ต้องลงสนามก็คือลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับเอสปันญ่อลของสเปน และยังได้เป็นกัปตันทีมชาติไทยชุดบี.ในศึกคิงส์ คัพอีก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ประกาศแขวนสตั๊ดไป

แต่เลิกเล่นแล้วก็ไม่ได้ไปไหนนะครับ เพราะทำงานอยู่ที่การท่าเรือและยังได้เป็นโค้ชทีมเยาวชนของสโมสรอีก ต่อมายังได้เป็นตัวแทนของสโมสรไปอบรมโค้ชที่ประเทศอังกฤษอีก ทำให้กลับมาแล้วก็ให้ความสนใจกับการเป็นโค้ชฟุตบอลอย่างจริงจัง

ยังไม่จบครับ หลังจากนั้น “น้าตุ๊” ของนักเตะรุ่นหลังยังได้ทุนรัฐบาลเบลเยี่ยมให้ไปศึกษาการบริหารงานท่าเรืออีก และระหว่างนั้นได้มีโอกาสแข่งขันฟุตบอลอินดอร์ ซอคเกอร์ระหว่างหน่วยงานที่เข้ารับการอบรมปรากฎว่างานเข้า เพราะมีแมวมองของทีมคลับ บรูกก์สโมสรชั้นนำของเบลเยียมให้ความสนใจในฝีเท้าอยากให้ไปทดสอบฝีเท้า แต่ปรากฏว่า “น้าตุ๊” ต้องขอปฎิเสธไปเพราะตอนนั้นมีอายุ 37 ปีแล้วคงฝืนสังขารไม่ไหว

แหม ถ้าถอยหลังไปได้สักสิบปีคงกลายเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพในบอลลีกเบลเยียมไปแล้วก็ได้

ทีนี้เรื่องของเรื่องก็คือตอนกลับจากเบลเยียมราวพ.ศ.2529 สโมสรการท่าเรือมีการผ่าตัดยกเครื่องกันครั้งใหญ่ โดยตำแหน่งหน้าที่การงานของพิทักษ์ในตอนนั้นคือรองผู้อำนวยการฝ่ายสินค้า แต่ทางผู้ใหญ่เห็นความสามารถเลยทาบทามให้เป็นผู้จัดการทีม “สิงห์เจ้าท่า” ส่วนโค้ชก็ไม่ใช่ใคร “สิงห์สนามศุภ” นิวัฒน์เพื่อนซี๊ของพิทักษ์นั่นเอง

ตอนนั้นนะครับ ฟุตบอลไทยยังไม่ได้มีฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว แต่มีการแข่งขันในระดับกึ่งอาชีพขึ้นแล้วเรียกว่า “เซมิโปรลีก” ซึ่งตอนนั้นกลายเป็นปัญหาให้กับทีมท่าเรือซึ่งถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ เพราะถึงเป็นกึ่งอาชีพแต่นักเตะก็จำเป็นต้องรายได้นอกเหนือไปจากเงินเดือน เพราะจะเอามาจากเงินของส่วนราชการก็ไม่ได้เพราะไม่มีงบให้

ยิ่งถ้าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบขึ้นมาจะยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ เพราะมันไม่มีที่มาที่ไป งบส่วนนี้ก็ไม่เคยขอเอาไว้ด้วย กล่าวคือไม่เคยมีมาก่อน ก็เลยเป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ชื่อเล่นว่า “ตุ๊” นี่แหละครับจัดการไป

ผู้จัดการทีมคนใหม่ของท่าเรือไปเจรจาหาสปอนเซอร์ของทีม และโชคดีได้ “คาราบาวแดง” เข้ามาให้การสนับสนุน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนที่สปอนเซอร์ทีมจะเป็นมุดหมายสำคัญของฟุตบอลไทยลีกในเวลาต่อมา

สำหรับเงินจากคาราบาวแดงหนนั้นก็เอามาใช้เป็นเงินเดือนให้กับนักเตะที่ไม่ได้เป็นพนักงานของการท่าเรือ ส่วนที่เป็นพนักงานอยู่แล้วก็มีได้เงินเดือนกินตามปกติแต่ก็ได้เบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้นมา

ต่อมาบอร์ดบริหารของการท่าเรือแห่งประเทศไทยก็ได้อนุมัติงบประมาณในการทำทีมเพิ่มขึ้นมาเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นฟุตบอลลีกอาชีพ

นักเตะที่ได้รับเงินเดือนสูงสุดในยุคของผู้จัดการทีมตุ๊ก็ไม่ใช่ใครครับ “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดีซึ่งได้เดือนละ 30,000 บาท

เรียกได้ว่า “น้าตุ๊” ของนักเตะท่าเรือนี่เองที่ปูทางระบบบริหารสโมสรเอาไว้ก่อนที่จะมีฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีกคลอดออกมา จนตอนหลังผลงานเข้าตาอดีตกองหลังทีมชาติไทยก็เลยได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสร โดยทำหน้าที่อยู่ 2 ปีก่อนลงจากตำแหน่ง

ก้าวสู่สโมสรอาชีพ

เป็นไงครับพวกเราชาวแทงบอลออนไลน์น่าจะคุ้นเคยและรู้ความเป็นมาของทีม “สิงห์เจ้าท่า” มากขึ้นกว่าเดิมแล้วนะครับ เอาเป็นว่าหลังจากพิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสรก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในทีม

ต่อมาทางสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือเอเอฟซีกดดันให้ทางสมาคมฟุตบอลไทยปรับระบบเข้าสู่ฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว สโมสรฟุตบอลจะต้องมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามมาด้วยการก่อตั้งบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีกขึ้นเพื่อดูแลการจัดฟุตบอลไทยลีก

และท่าเรือเป็นสโมสรหนึ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีการเปลี่ยนทีมบริหารสโมสรหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งเปลี่ยนมือมาเป็นทีมการท่าเรือ เอฟซี

ภายใต้การบริหารทีมของ “มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ จนถึงปัจจุบันนี้

สำหรับโค้ชที่ผ่านการคุมทีมท่าเรือในการสู้ศึกไทยลีกก็ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตหัวหน้าสต๊าฟโค้ชทีมชาติไทย จเด็จ มีลาภ อดีตกุนซือใหญ่ของชลบุรี เอฟซี รวมไปถึง “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ อดีตโค้ชทีมชาติไทย โดยในรายของโชคทวีก็เพิ่งโดนปลดจากตำแหน่งไปเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมานี่เอง และได้ให้ “เซอร์เด็จ” ลงจากตำแหน่งประธานฝ่ายเทคนิคกลับมาคุมทีมเป็นครั้งที่ 3

ฤดูกาล 2020 จึงนับว่าน่าท้าทายยิ่งนักสำหรับการท่าเรือ เอฟซีในยุคของมาดามแป้ง

แทงบอลออนไลน์กับสิงห์เจ้าท่า

ผมคิดว่าสำหรับส่ำเซียนที่นิยมแทงบอลออนไลน์ก็ให้ความสนใจในฟุตบอลไทยลีกไม่แพ้กับฟุตบอล 5 ลีกของยุโรปเหมือนกัน

และมีการเปิดราคาเล่นทั้งโต๊ะใหญ่และการเล่นแบบออนไลน์กันอยู่พอสมควร

สมัยนี้ฟุตบอลอาชีพของไทยทำยากขึ้น เพราะใช้งบประมาณในการทำค่อนข้างมาก ขนาดของทีมก็มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก หากแต่ “สิงห์เจ้าท่า” ก็นับว่าเป็นสโมสรหนึ่งที่ทำได้ดี

เพราะ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาก็ได้อันดับ 3 ไปครอง และยังเป็นแชมป์ช้างเอฟเอ คัพ เมื่อปีที่แล้ว ที่ยอดเยี่ยมไปกว่านั้นก็คือท่าเรือมีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่นมาก

และทุกนัดที่เล่มเป็นทีมเหย้าจะมีแฟนบอลเข้ามาชมเต็มความจุของแพท สเตเดี้ยมเสมอ

ผมก็อยากจะขอฝาก “สิงห์เจ้าท่า” เอาไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะครับ ไม่ว่าจะยุคไหนก็เป็นบอลเกมบุก รุกสนั่นเสมอครับ